ที่ประเทศอังกฤษ เกิดการระบาดในเมือง Canterbury มณฑล Kent มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย University of Kent และนักเรียนจากโรงเรียน Queen Elizabeth’s Grammar School อีกทั้งยังพบผู้ป่วยอาการหนักอย่างน้อย 11 รายที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยทางสาธารณสุขระบุว่าเป็นการติดเชื้อรุนแรงชนิด Invasive meningococcal disease ซึ่งสามารถทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และลุกลามรวดเร็วจนอาจเสียชีวิตได้
ส่วนในประเทศไทย ช่วงวันที่ 1 มกราคม - 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 5 ราย และเสียชีวิต 3 ราย แม้จำนวนผู้ป่วยยังอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศ แต่กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรครุนแรงและต้องรายงานตามกฎหมาย หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยจะต้องรายงานทันที และหากยืนยันแม้เพียง 1 ราย จะมีการสอบสวนโรคอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดต่อไป
ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบประมาณ 1.2 - 1.3 ล้านรายต่อปี
ในเดือนมีนาคม 2569 มีรายงานการระบาดของสายพันธุ์ B (MenB) ในกลุ่มนักศึกษาและวัยรุ่นในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะที่ University of Kent ซึ่งมีกิจกรรมร่วมกันและไปสถานบันเทิง เช่น ไนท์คลับ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า “สถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก” เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย
ไข้กาฬหลังแอ่น สายพันธุ์ B (MenB) คือ โรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรงที่เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis กลุ่ม B ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของเยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อในกระแสเลือด
การแพร่เชื้อของโรค • ติดต่อผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น ไอ จาม หรือการคลุกคลีใกล้ชิด
ความรุนแรงของโรค • เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 8 - 15% แม้ได้รับการรักษา และอาจสูงถึง 50% หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงที
อาการของโรค • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) : ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง คอแข็ง คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสง
• ติดเชื้อในกระแสเลือด (Meningococcemia) : เกิดผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechial rash) ความดันโลหิตต่ำ ช็อก และอวัยวะล้มเหลว
กลุ่มเสี่ยงที่อาจติดโรคได้ง่าย
• พบได้บ่อยในเด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้ที่อยู่ในสถานที่แออัด เช่น หอพักนักศึกษา หรือค่ายทหาร