ปลายฝนต้นหนาวต้องระวังให้ดี !!
ไข้หวัด ไข้เลือดออก มือเท้าปากก็มี ปอดบวมอีก ไม่ดีแน่นอน
สาเหตุที่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้ป่วยง่ายและเกิดโรคระบาดบ่อย
1. อากาศเปลี่ยนเร็ว ร่างกายปรับไม่ทัน
- ตอนเช้าอากาศเย็น กลางวันร้อน ทำให้ร่างกายสับสนภูมิคุ้มกันลดลง เจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะไข้หวัด
2. ความชื้นสูง เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี
- ช่วงปลายฝน อากาศชื้น เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
3. อยู่ในที่แออัดมากขึ้น
- พออากาศเย็น คนจะอยู่ในบ้านหรือที่ปิดมากขึ้น ทำให้เชื้อโรคแพร่กันง่าย โดยเฉพาะทางน้ำลายหรือการไอ จาม
4. ดูแลสุขภาพน้อยลง
- หลายคนแต่งตัวไม่เหมาะกับอากาศ หรือกินไม่ครบหมู่ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย
5. เป็นช่วงบางโรคระบาด
- เช่น ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก หรือไข้เลือดออก มักระบาดในช่วงนี้พอดี เพราะสภาพอากาศเหมาะกับการแพร่เชื้อ
5 โรคที่ควรระวังเป็นพิเศษในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้
1. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ติดต่อทางน้ำมูก น้ำลาย ละอองไอ จาม
อาการ : ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ ควรฉีดวัคซีนป้องกันทุกปี
2. โรคไข้เลือดออก เกิดจากไวรัสเดงกี ติดต่อโดยยุงลาย ช่วงปลายฝน ยุงยังแพร่พันธุ์ได้ดีในน้ำขัง
อาการ : ไข้สูงเฉียบพลัน หน้าแดง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ มีจุดเลือดออกตามตัว ป้องกันโดยกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
3. โรคมือ เท้า ปาก พบมากในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียน เกิดจากไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส
อาการ : มีไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มน้ำใสที่มือ เท้า ก้น ควรรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน
4. โรคปอดบวม (Pneumonia) อาจเกิดตามหลังการติดเชื้อหวัด หรือไวรัสทางเดินหายใจ
อาการ : ไข้สูง ไอ หายใจหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก พบได้ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
5. โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) มักเกิดหลังการติดเชื้อหวัด ทำให้หลอดลมอักเสบ
อาการ : ไอเรื้อรัง เสมหะมาก เจ็บคอ หายใจมีเสียงหวีด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงฝุ่นควัน
แนวทางการดูแลตัวเองในช่วงปลายฝนต้นหนาว
รักษาร่างกายให้อบอุ่น
- - สวมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและกลางคืน
- - หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ลมแรงหรือเปียกฝน
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- - เน้นอาหารที่มีวิตามินซี (เช่น ส้ม ฝรั่ง) และโปรตีน (เช่น ไข่ ถั่ว เนื้อสัตว์)
- - ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละ 6–8 แก้ว เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น เดินเร็ว วิ่งเบา ๆ โยคะ หรือกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกาย
พักผ่อนให้เพียงพอ
- ควรนอนวันละ 7–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและต้านเชื้อโรคได้ดี
หลีกเลี่ยงที่แออัด/อากาศไม่ถ่ายเท
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่คนแออัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค
- หากจำเป็นต้องเข้าไป ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ล้างมือบ่อย ๆ
- ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
ดูแลบ้านให้สะอาดและแห้ง
- ป้องกันยุงลายด้วยการเทน้ำขังในภาชนะรอบบ้าน
- ทำความสะอาดห้องให้ปลอดฝุ่น เชื้อรา และอากาศถ่ายเทได้ดี
ฉีดวัคซีนป้องกันโรค
- เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ แนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง)
*สรุปง่ายๆ
กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่เสื้ออุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงฝน/ฝุ่น/คนเยอะ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและลดโอกาสป่วยช่วงปลายฝนต้นหนาว