ช่องคลอดอักเสบ จะทำอย่างไร ?
ถ้าเป็นตกขาว มีกลิ่น ระคายเคือง ? เกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอด
เผยเคล็ด (ไม่) ลับ สำหรับการดูแลช่องคลอดอักเสบ
ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial vaginosis) เกิดจากการที่แบคทีเรียก่อโรคบางชนิดในช่องคลอด เจริญเติบโตมากเกินไปจนทำให้เกิดความไม่สมดุลในช่องคลอด และติดเชื้อ ส่งผลให้สีและกลิ่นของตกขาวเปลี่ยนไป โดยอาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง
อาการช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
- เป็นตกขาวผิดปกติ เช่น เป็นสีส้ม สีเขียว เป็นฟอง
- มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ร่วมกับอาการตกขาว อาจมีอาการไข้ขึ้นร่วมด้วย
- ระคายเคืองบริเวณช่องคลอด
- รู้สึกว่ามีอาการแสบร้อนในขณะปัสสาวะ
- ใช้ยารักษาช่องคลอดติดเชื้อรา แต่รักษาไม่หาย
การรักษาภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
โดยปกติแพทย์และเภสัชกรจะสั่งยาปฏิชีวนะ เช่น แบบเม็ด แบบครีมทา หรือแบบสอดให้ผู้ป่วย และภาวะนี้อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีกจึงต้องใช้ยาหรือรับประทานยาที่แพทย์จ่ายให้จนหมด เพื่อให้แน่ใจว่า เชื้อถูกกำจัดอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายแล้ว แพทย์ หรือพยาบาลจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาที่ถูกต้อง เพราะยาปฏิชีวนะบางชนิดจะมีผลต่อการใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นคุมกำเนิด
*นอกจากนี้การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดยังอาจมีข้อห้ามใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้สอบถามและขอข้อมูลการใช้ยาอย่างละเอียดจากแพทย์ หรือทางที่ดีควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ไปก่อน
การป้องกันช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
- ใช้กระดาษชำระเช็ดทุกครั้งในการเข้าห้องน้ำสาธารณะ
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมในการล้างอวัยวะเพศ
- หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งการสวมชุดชั้นในที่รัดตึง
- ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
**อาการช่องคลอดอักเสบ มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก และเมื่อเป็นแล้วยังเสี่ยงต่อการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น จนอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้ หากมีอาการผิดปกติ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือมีอาการตกขาว ควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และไม่ควรใช้ยามารักษาด้วยตนเอง