การติดเชื้อ : ไวรัสตับอักเสบบี แพร่จากคนสู่คน ผ่านเลือดหรือสารคัดหลั่ง เช่น
- จากแม่สู่ลูก ขณะคลอด (เป็นสาเหตุหลักในไทยและเอเชีย
- เพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- เข็ม/ของมีคมปนเปื้อนเลือดร่วมกัน
- การรับเลือด หรือปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ยังไม่มีระบบตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด
- อาการระยะเฉียบพลัน : อาจมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตัวตาเหลือง หรือไม่มีอาการเลยก็ได้
- อาการระยะเรื้อรัง : มักไม่มีอาการ แต่ตับถูกทำลายต่อเนื่อง จนเกิดตับแข็งหรือมะเร็งตับ
การป้องกันไวรัส
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (ฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิดและให้ครบตามกำหนด)
- ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์
- ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน
- ตรวจเลือดก่อนรับเลือด หรืออวัยวะ
ผู้ใหญ่ควรตรวจเมื่อไหร่ ?
ผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่เคยตรวจมาก่อน โดยเฉพาะอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต
หญิงตั้งครรภ์ตรวจทุกคน ไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีนหรือไม่ เพื่อลดการส่งเชื้อจากแม่สู่ลูก
ทารกที่แม่เป็นพาหะ HBV ตรวจหลังคลอดครบ 9-12 เดือน หรือหลังรับวัคซีนครบ เพื่อยืนยันว่าปลอดเชื้อ
กลุ่มเสี่ยงสูง ควรตรวจซ้ำทุก 6-12 เดือน
- คนในครอบครัวหรือคู่สมรสของผู้ที่ติดเชื้อ
- ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหลายคู่
- ผู้ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- บุคลากรทางการแพทย์/ห้องปฏิบัติการ
- ผู้ที่เคยรับเลือดหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ยังไม่มีการคัดกรองเชื้อเข้มงวด
เด็กควรตรวจเมื่อใด ?
ทารกที่แม่เป็นพาหะ ตรวจเลือดหาเชื้อและภูมิคุ้มกัน ทำหลังคลอดแล้วอายุ 9-12 เดือน หรือ อย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย เพื่อยืนยันว่าเด็กไม่ติดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ
เด็กที่ไม่ทราบสถานะการฉีดวัคซีน หรือได้รับไม่ครบ ตรวจได้ทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดขึ้นไป เพื่อวางแผนฉีดวัคซีนหรือรับวัคซีนกระตุ้น
เด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ติดเชื้อ เคยได้รับเลือด/การปลูกถ่ายอวัยวะ เคยสัมผัสเลือดหรือของมีคมปนเลือดผู้อื่น ตรวจได้ทันทีไม่จำกัดอายุ
* ข้อมูลเพิ่มเติม *
ติดเชื้อตั้งแต่เด็ก → เสี่ยงเรื้อรังสูงมาก
- เด็กแรกเกิดที่ติดเชื้อจากแม่ มีโอกาสกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ถึง 90%
- แต่ถ้าติดเชื้อเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ โอกาสเรื้อรังเหลือเพียง 5–10%
เป็นพาหะไม่มีอาการ → ยังแพร่เชื้อได้
- แม้ไม่มีอาการเลย ตับก็อาจถูกทำลายเงียบ ๆ และเชื้อสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้
ไวรัสตับอักเสบบี แข็งแรงกว่าที่คิด
- เชื้ออยู่ในเลือดแห้ง ๆ ได้ นานหลายสัปดาห์ และยังติดต่อได้
- ทนต่อความร้อนสูงพอสมควร ต้องใช้การฆ่าเชื้อเฉพาะทาง
ไม่ใช่ทุกคนที่มีภูมิหลังฉีดวัคซีนจะยังป้องกันได้
- ภูมิคุ้มกัน (Anti-HBs) อาจลดลงตามเวลา โดยเฉพาะถ้าฉีดตั้งแต่เด็กมาก
- กลุ่มเสี่ยงควรตรวจเลือดซ้ำว่ามีภูมิคุ้มกันเหลือหรือไม่
ไวรัสตับอักเสบบี มีหลายสายพันธุ์
- ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบ Genotype B และ C ซึ่ง C มักทำให้โรครุนแรงกว่า
- ชนิดของสายพันธุ์อาจส่งผลต่อโอกาสหายและการตอบสนองต่อยา